ไสยศาสตร์ โรคมืด และวิธีการรักษา (ตอนที่ 1)

ตอนที่ 1 : ความหมายและวิธีการที่นักไสยศาสตร์ใช้เรียกญิน […]

ตอนที่ 1 : ความหมายและวิธีการที่นักไสยศาสตร์ใช้เรียกญิน[1]

ปัญหาไสยศาสตร์หรือโรคมืด เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของของสังคมมุสลิม ไม่เว้นสังคมมุสลิมไทย สถานีโทรทัศน์ไวท์แชนแนล ที่นำโดยเชคริฎอ อะหมัด สมะดี จึงได้เริ่มต้นเผยแผ่องค์ความรู้และหลักการศาสนาที่พูดถึงเรื่องนี้ หวังจะสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบกับปัญหาเรื่องโรคมืด วันนี้ไวท์แชนแนลยินดีนำเสนอองค์ความรู้เหล่านั้นในรูปแบบของตัวอักษร เป็นบทความที่พี่น้องจะสามารถหยิบมากเปิดอ่านทำความเข้าใจใด้ตามสะดวก เราจะพยายามอธิบายให้สั้นกระชับและเข้าใจได้โดยง่าย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องทุกคน

นักวิชาการภาษาอาหรับและศาสนาอิสลาม ได้อธิบายความหมายของคำว่า “ไสยศาสตร์” (ภาษาอาหรับใช้คำว่า “สิหิร”) ไว้อย่างมากมายหลากหลาย แต่โดยสรุปแล้ว “ไสยศาสตร์” ในมุมมองของหลักการศาสนาอิสลามนั้นคือ การทำข้อตกลงระหว่างผู้ทำไสยศาสตร์และชัยฏอน[2] โดยที่ผู้ทำไสยศาสตร์กระทำบางสิ่งบางอย่างที่ศาสนาห้ามหรืออาจถึงตั้งภาคีต่ออัลลอฮ (ข้อห้ามที่รุนแรงสุด) เพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือจากชัยฏอน โดยผู้ทำไสยศาสตร์จะยอมรับหรือเชื่อฟังทุกข้อเรียกร้องของมัน

ท่านอิบนุกุดามะฮฺ อัลมักดิซีย์ (ขออัลลอฮทรงเมตตาท่าน) ได้กล่าวไว้ว่า ไสยศาสตร์คือ การผูกปม เป็นคาถาหรือคำอ่านบางอย่างที่มีความเฉพาะเจาะจง ซึ่งถูกอ่านหรือเขียน หรือเป็นการกระทำบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาของคนที่ถูกกระทำ โดยไม่ต้องแตะเนื้อต้องตัวคนๆนั้นเลย ไสยศาสตร์นั้นมีอยู่จริง อิทธิพลของมันอาจจะร้ายแรงจนนำไปสู่ความตายได้ หรือทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย สามีไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาได้ ทำให้สามีภรรยาต้องแยกทางกัน ทำให้คนสองคนเกิดความรู้สึกเกลียดชังกัน หรือทำให้คนสองคนรักใคร่ชอบพอกัน (หนังสือ อัลมุฆรีย์ เล่มที่ 10 หน้าที่ 104)

ข้อตกลงระหว่างผู้ทำไสยศาสตร์กับญินชั่วหรือชัยฏอนนั้นมีหลากหลาย นักไสยศาสตร์บางคนใช้การวางคัมภีร์อัลกุรอานใต้เท้าของเขา หรือใช้อัลกุรอานเป็นที่รองเท้าหรือเช็ดเท้าในห้องน้ำ บางคนเขียนโองการในคัมภีร์อัลกุรอานด้วยกับสิ่งที่สกปรก เช่น เขียนด้วยเลือดประจำเดือน หรือเขียนใต้เท้าของตัวเอง หรือเขียนสูเราะฮฺอัลฟาติหะฮฺโดยที่ตัวอักษรกลับด้าน บางคนละหมาดโดยไม่มีน้ำละหมาดหรือขณะที่ยังมีญะนาบะฮฺ[3] บางคนเชือดสัตว์ทวายให้แก่ชัยฏอน หรือเชือดโดยไม่กล่าวนามของอัลลอฮ แล้วนำสัตว์ที่เชือดนั้นไปทิ้งในสถานที่ที่ชัยฏอนกำหนด (คือ ทำตามคำสั่งของชัยฏอน) บางคนวิงวอนขอและก้มกราบแก่ดวงดาว บางคนร่วมเพศกับแม่หรือลูกสาวของตนเอง บางคนเขียนคาถาด้วยถ้อยคำที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับและมีเนื้อหาที่เป็นการปฏิเสธศรัทธา

ญินชั่วจะไม่ช่วยเหลือผู้ทำไสยศาสตร์เด็ดขาด หากไม่มีผลตอบแทนหรือสิ่งแลกเปลี่ยนมาให้แก่มัน ยิ่งผู้ทำไสยศาสตร์กระทำสิ่งที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาที่ใหญ่หลวงมากเท่าไหร่ ชัยฏอนก็จะยิ่งเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของเขาอย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น หากผู้ทำไสยศาสตร์ทำสิ่งที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาโดยไม่เต็มใจ ชัยฏอนก็จะปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งหรือข้อเรียกร้องของเขา หรือไม่มันก็อาจจะทรยศได้ นักไสยศาสตร์และชัยฏอนนั้น ความจริงแล้วคือ สองมิตรสหายที่มาพบเจอกันเพื่อฝ่าฝืนและเนรคุณต่ออัลลอฮ ผู้ทรงบริสุทธิ์และสูงส่ง

 


[1] ญิน เป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่พระเจ้าสร้างมา มีชีวิตคู่ขนานกับมนุษย์ในโลกใบนี้ มนุษย์มองไม่เห็น ญินมีทั้งดีและชั่ว มีญินที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ และปฏิเสธศรัทธา ในสังคมไทยอาจใช้คำว่า “ผี” หรือ “ปีศาจ” แทนญินที่ออกมาหลอกหลอนหรือทำร้ายผู้คน

[2] ชัยฏอน ใช้เรียกแทน มารร้ายหรือญินชั่วที่ล่อลวง หลอกหลอน และทำร้ายมนุษย์ หัวหน้าของเหล่าชัยฏอนชื่อว่า “อิบลีส” อัลลอฮทรงโกรธกริ้วต่ออิบลีสและชัยฏอน และพวกมันจะถูกลงโทษในนรกตลอดกาล

[3] ญะนาบะฮฺ คือสภาพความไม่สะอาด ที่เกิดจากการหลั่งน้ำกามหรืออสุจิ ทั้งเพศชายและหญิง ทั้งจากการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง มีเพศสัมพันธ์ หรือมีการสอดใส่อวัยวะเพศ แม้จะไม่มีน้ำกามหลั่งออกมา ฝันเปียก มีประจำเดือน มีเลือดจากการคลอดบุตร เป็นต้น โดยต้องอาบน้ำชำระร่างกายตามขั้นตอนที่ศาสนาได้บัญญัติไว้

Leave a Comment